กรมการขนส่งทางราง ร่วมพิธีลงนามต่ออายุความร่วมมือไทย-เยอรมัน (Joint Declaration of Intent: JDI)

วันนี้ (9 ธ.ค. 67) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เข้าร่วมพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการต่ออายุแถลงการณ์ร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านรถไฟ (Joint Declaration of Intent: JDI) ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงดิจิทัลและคมนาคมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ดร. แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงานด้านระบบรางในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ หอประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม

การลงนามในครั้งนี้สืบเนื่องจากความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ริเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและกระชับความร่วมมือด้านระบบราง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาการขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชนในเมือง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการต่ออายุความร่วมมือจำนวน 2 ครั้ง สำหรับความร่วมมือฉบับใหม่นี้ จะมีผลต่อเนื่องโดยอัตโนมัติเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีได้ก่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมหลายประการ อาทิ การจัดตั้งสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย (German-Thai Railway Association: GTRA) เพื่อเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการวิจัยต่างๆ การสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองประเทศ รวมถึงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านระบบราง ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านระบบรางมาประยุกต์ใช้ เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยความร่วมมือกับประเทศเยอรมนีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูง และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการพัฒนาระบบคมนาคมที่ทันสมัย โดยหลายโครงการรถไฟฟ้าหลายสายก็ได้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน และโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อีกทั้งยังได้มีการนำระบบรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีของเยอรมนี

การลงนามในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคี เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายรัฐบาลไทย ที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างองค์ความรู้ด้านระบบราง เพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การฝึกอบรม และการวิจัยร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป

หน่วยงานที่ประกาศ

กลุ่มประชาสัมพันธ์

เรื่องอื่นๆในหมวดหมู่ข่าวประชาสัมพันธ์

Skip to content