กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีและมาตรฐานระบบรางระดับโลกในงาน InnoTrans 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มุ่งนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชิงลึกและแนวทางการกำกับดูแลจากต่างประเทศ มาต่อยอดการพัฒนานโยบาย มาตรฐาน และกฎระเบียบของระบบรางไทย
ในการนี้ นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วย นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง ร่วมคณะเดินทางของ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 และหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรางจากนานาประเทศ เพื่อศึกษาแนวทางและเทคโนโลยีที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับระบบรางของประเทศไทย
จากการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขร. ได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและแนวคิดที่สามารถนำมาต่อยอดภารกิจด้านการกำกับดูแลระบบรางของประเทศในหลายด้าน ได้แก่
เทคโนโลยี AI และการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน จาก Siemens Mobility
• Data Center & Cyber Security ศึกษาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลจากภาคสนามเข้าสู่ศูนย์ควบคุมผ่านระบบ Cloud เพื่อนำมาประกอบการวางมาตรฐานด้านการส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการเดินรถต่าง ๆ ในประเทศไทย (Data Interoperability) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
• AI Predictive Maintenance ศึกษาการใช้แพลตฟอร์ม AI ตรวจวัดและวิเคราะห์ความผิดปกติของขบวนรถและทางรถไฟล่วงหน้า เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางและมาตรฐานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เหตุขัดข้อง และต้นทุนการซ่อมบำรุงในระยะยาว
นวัตกรรมด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการผู้โดยสาร และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี จาก Japanese Pavilion
• AI Passenger Density Measurement – Tokyo Metro ศึกษาการใช้ AI ประมวลผลความหนาแน่นของผู้โดยสารในแต่ละตู้โดยสาร เพื่อนำไปพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับการบริหารจัดการความแออัดภายในสถานีและบนขบวนรถไฟฟ้า
• Safety & Maintenance Standard – JICA & Hitachi ศึกษาระบบตรวจสอบสภาพทางและขบวนรถไฟ เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดการจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบำรุงรักษาสำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง
• Non-Fare Revenue & TOD Model – Hankyu & JR East ศึกษาแนวทางการกำหนดกฎระเบียบและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี หรือ TOD เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งในเชิงพาณิชย์และการจัดให้มีบริการสาธารณะ
ศึกษารูปแบบสถานีเบอร์ลิน ลดขนาดงานก่อสร้างและงบลงทุน
นอกจากนี้ ขร. ยังได้ศึกษารูปแบบการให้บริการ U-Bahn และ S-Bahn ในกรุงเบอร์ลิน โดยเฉพาะโครงสร้างสถานีใต้ดินแบบชั้นเดียว (Direct-to-Platform) ซึ่งไม่มีระบบประตูกั้นชานชาลาแบบปิด และใช้ระบบ Proof-of-Payment ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดมวลงานก่อสร้างโยธาใต้ดิน รวมถึงลดงบลงทุนในระบบควบคุมตั๋วอัตโนมัติ (AFC)
แนวทางดังกล่าวถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ ขร. จะนำไปศึกษาเพื่อประกอบการวางมาตรฐานการออกแบบสถานีรถไฟฟ้าสายใหม่ในประเทศไทย ให้มีขนาดกะทัดรัด ลดการใช้งบประมาณแผ่นดิน ขณะเดียวกันยังคงประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชน
การเข้าร่วมงาน InnoTrans 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการขนส่งทางรางในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานจากต่างประเทศมาศึกษาและต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อพัฒนานโยบายและข้อบังคับที่ช่วยยกระดับระบบรางไทยให้มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุนของประเทศ
หน่วยงานที่ประกาศ
กลุ่มประชาสัมพันธ์