วันนี้ (13 พ.ค. 68) ขร. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก กรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา ณ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนจากกรมศิลปากร สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือกับ Mr. Lazare Eloundou Assomo ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก องค์การการศึกษาฯ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
การหารือในวันนี้ มีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้ศูนย์มรดกโลกรับทราบว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการการปกป้อง และอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยฝ่ายไทยได้จัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment : HIA) และได้ปรับปรุงรายงาน HIA ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้ลงพื้นที่สำรวจ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 เช่น การปรับแบบลดระดับความสูงของสถานีอยุธยา จาก 46 ม. เหลือ 35.45 ม. และการปรับลดความสูงของสันราง รวมถึงสถานีรถไฟความเร็วสูง กับสถานีอยุธยาจะมีระยะห่างระหว่างกัน 2.5 เมตร โดยที่จะไม่มีส่วนใดของสถานีรถไฟความเร็วสูงคร่อมทับกัน เป็นต้น
โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกัน สรุปผลการหารือดังนี้
1. ที่ประชุมรับทราบการปรับแบบสถานี เช่น ลดความสูงสถานี ลดระดับสันราง ฯลฯ ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ได้ลงพื้นที่ โดยมีข้อเสนอแนะ เช่น ความแน่นของสถานี หลังคา ฯลฯ ซึ่งขอให้ปรับแบบและนำส่ง UNESCO อย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ การเดินหน้าสัญญาก่อสร้างฝ่ายไทยสามารถดำเนินการต่อไปได้ควบคู่กับมาตรการลดผลกระทบที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
2. ฝ่ายไทย แจ้งเรื่องจะดำเนินการเรื่องแผนบริหารจัดการรองรับการเปิดให้บริการสถานี เช่น แผนการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะ แผนบริหารพื้นที่ ฯลฯ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการต่อไป
3. เรื่องการขยายอาณาเขตพื้นที่มรดกโลก และการพัฒนาแนว Buffer Zone กรมศิลปากรอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน และจะหารือร่วมกับ UNESCO อย่างต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ UNESCO แจ้งว่า ยังไม่มีกำหนดนำเรื่องสถานีอยุธยา เข้าที่ประชุม คกก.มรดกโลก ในช่วงเดือน ก.ค. 68 นี้ เนื่องจากรับทราบและเห็นว่าฝ่ายไทย อยู่ระหว่างดำเนินการตามความเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง จึงยังไม่มีประเด็นที่ต้องนำเข้าพิจารณา และแจ้งว่าการดำเนินการของฝ่ายไทย เป็นตัวอย่างที่ดี โดยขอให้ฝ่ายไทย นำส่งแบบสถานีที่แก้ไขแล้ว นำส่งให้ UNESCO อย่างเป็นทางการต่อไป
นอกจากนี้ ขร. ยังได้ลงพื้นที่ ณ สถานีรถไฟฟ้าในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยรถไฟใต้ดิน 16 สาย 321 สถานี ความยาวรวมกว่า 245 กิโลเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารเฉลี่ยราว 5 ล้านคนต่อวัน โดยพบว่ามีการยกเลิกระบบค่าโดยสารตามโซน เปลี่ยนเป็นเหมาจ่ายราคาเดียว 84 ยูโร/เดือน และแบบเที่ยว 2.5 ยูโร/เที่ยว สำหรับบัตร Navigo ครอบคลุมทุกเส้นทางใน Île-de-France ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 12% ภายในไม่กี่เดือนหลังการเปลี่ยนแปลง (ตัวเลขจาก Île-de-France Mobilités) โดยเฉพาะในเขตชานเมือง
ในส่วนภูมิภาค Île-de-France มีการให้บริการเครือข่าย RER, รถราง และรถไฟชานเมืองที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร โดยให้บริการรวมกว่า 41 ล้านคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการ Grand Paris Express เพื่อขยายเส้นทางใหม่กว่า 200 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ช่วยลดภาระค่าเดินทาง ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเท่าเทียมในการเข้าถึงชานเมืองและใจกลางกรุงปารีส อีกทั้งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาวต่อไป
หน่วยงานที่ประกาศ
กลุ่มประชาสัมพันธ์